28 ต.ค. ก้าวเข้าสู่ Smart city เมืองอัจฉริยะด้วย 5 เทรนด์เทคโนโลยี
Jack Dangermond, Founder & President of Esri ได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว GovInsider เกี่ยวกับ 5 เทรนด์เทคโนโลยีที่น่าสนใจและสิ่งสำคัญในการเข้าสู่ Smart city เมืองอัจฉริยะ
1.ข้อมูล Big Data
เทคโนโลยีที่เก็บรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ไว้ในที่ที่หนึ่ง แล้วใช้อีกเทคโนโลยีผนวกเข้าไปเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่สามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้คนตลอดจนสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยอยู่ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชนและสถานที่ต่างๆ รวมถึงการใช้เซ็นเซอร์ในการเก็บข้อมูลตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงยานพาหนะซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
2.ข้อมูลเชิงลึกแบบ Real time
ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นล่าสุดอยู่เสมอ และยังสามารถนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ธุรกิจได้แบบวินาทีต่อวินาที โดยเฉพาะข้อมูลเชิงตำแหน่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากคุณสามารถดูสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทันทีที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น หน่วยงานด้านสาธารณูปโภคสามารถระบุว่าที่ใดที่เกิดไฟฟ้าดับอย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยให้การตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
3.แผนที่ 3 มิติ
ความสามารถในการแสดงผล 3 มิติ ช่วยให้นักวางผังเมืองและนักพัฒนาเมืองสามารถมองเห็นโครงสร้างของเมืองในอนาคต แผนที่ 3 มิติจะแสดงภาพจำลองเสมือนจริงทั้งภายในอาคารและนอกอาคาร ช่วยให้สามารถออกแบบ วางแผน วิเคราะห์พื้นที่การมองเห็น จัดวางรูปแบบของเมือง และจำลองสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้เสมือนจริงอีกด้วย
4.ปัญญาประดิษฐ์
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) เป็นเครื่องมือสำคัญใน Smart city ในการปฏิรูประบบดิจิทัลช่วยให้รัฐบาลเข้าใจพฤติกรรมและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น AI จะจำลองการทำงานต่างๆ เลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ โดยเน้นตามแนวความคิดแบบสมองมนุษย์ที่มีการวางแผน การตัดสินใจ การแก้ปัญหา รวมไปถึงการเลือกแนวทางการดำเนินการในลักษณะที่คล้ายมนุษย์ เช่นตัวอย่างกรณีของการเกิดโรคระบาดที่เมือง New York ในช่วงฤดูร้อนปี 2015 AI สามารถช่วยให้มนุษย์คาดการณ์ตำแหน่งที่ตั้งการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียได้
5.การแชร์ข้อมูลระหว่างองค์กร
เทคโนโลยีในปัจจุบันเอื้อต่อการติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลระหว่างองค์กรได้อย่างง่ายดาย ทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงองค์กรระดับโลกและยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์