02 Apr เทคโนโลยี Digital Twin ขับเคลื่อนการฟื้นฟูศูนย์กลางเมืองนอตทิงแฮม
สภาเทศบาลเมืองนอตทิงแฮมได้แสดงให้เห็นว่าอนาคตของการวางผังเมืองจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการสร้างแผนที่เพื่อนำเสนอภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ และความร่วมมือระหว่างกัน
เช่นเดียวกับศูนย์กลางเมืองอื่น ๆ นอตทิงแฮมมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง แต่ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เมืองต้องเผชิญกับปัญหาจากโครงสร้างค้าปลีกและอุตสาหกรรมเก่าที่ตกทอดมา ห้างสรรพสินค้า Broadmarsh Centre ส่วนใหญ่รกร้าง พื้นที่อุตสาหกรรมเก่าหลายแห่งต้องการการฟื้นฟู ขณะที่ศูนย์ขนส่งรถไฟและรถประจำทางดูทรุดโทรมและต้องการงบประมาณซ่อมแซมจำนวนมาก
เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ สภาเทศบาลเมืองนอตทิงแฮมได้วางแผนการฟื้นฟูอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการสร้างสวนสาธารณะใหม่ พื้นที่สำนักงาน และที่อยู่อาศัย โดยใช้ โมเดลดิจิทัล 3D (Digital Twin) ที่สร้างขึ้นด้วย ArcGIS Urban และเทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) อื่น ๆ โดยโมเดลนี้ได้รวมข้อมูลอาคาร 3D ภาพสแกนจากโลกจริง และข้อมูลแผนผังเฉพาะพื้นที่ เพื่อช่วยตัดสินใจด้านการวางแผน
เทคโนโลยี Digital Twin นี้ยังช่วยให้เมืองสามารถสร้างเงินลงทุนเพื่อพัฒนาเมืองมูลค่ากว่า 4 พันล้านปอนด์ ซึ่งเป็นเงินทุนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเมือง
- สถานีรถไฟได้รับการปรับปรุงใหม่
- มีการสร้างสถานีรถขนส่งและอาคารจอดรถใหม่ที่เชื่อมต่อคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยานกับรถไฟ, รถราง, รถโดยสาร และแท็กซี่
- หอสมุดกลางแห่งใหม่และพื้นที่สาธารณะได้รับการพัฒนา
- สวน Green Heart นำธรรมชาติเข้ามาสู่ใจกลางเมืองด้วยบ่อน้ำ พืชน้ำ และทุ่งดอกไม้
- โครงการ Island Quarter สร้างที่อยู่อาศัย 300 ยูนิต รวมถึงที่พักสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม
- การพัฒนา Queens Road จะทำให้เพิ่มบ้านอีก 380 หลังใกล้สถานีรถไฟ
จากแผนการพัฒนาเหล่านี้ และที่พักอาศัยใหม่ที่จะเกิดขึ้นกลางเมืองนอตทิงแฮมดูมีอนาคตที่สดใส และถ้าทั้งหมดเกิดขึ้นจริงจะมีที่พักอาศัยเกิดขึ้นจำนวนกว่า 7,000 แห่ง งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 15,000 งาน และ พื้นที่ออฟฟิศ กว่า 2 ล้าน ตารางฟุต รวมถึงพื้นที่โฆษณาการค้าต่างๆ ก็จะเปลี่ยนโฉมเมืองทั้งเมือง
มิก ดันน์ (Mick Dunn) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุรกิจของ GIS เมืองนอตทิงแฮมกล่าวว่า “เมื่อผู้พัฒนาเห็นการลงทุน พวกเขาก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของมัน นี่คือความสวยงามของการเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบ 3D มันเป็นเครื่องมือส่งเสริมการขาย”
สำรวจใต้ผืนดิน: รากฐานของเมืองแห่งอนาคต
เมืองนอตทิงแฮมเริ่มใช้การสร้างโมเดล 3 มิติสำหรับการวางผังเมืองมาตั้งแต่กว่า 20 ปีก่อน หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นคือการใช้เทคโนโลยี 3D เพื่อสำรวจเครือข่ายถ้ำใต้ดินกว่า 850 แห่ง ที่ถูกสลักกัดเซาะจากหินทรายใต้เมือง ถ้ำเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์เมือง ที่ปัจจุบันถ้ำเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยสภาเมืองได้สร้างแผนที่อัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยว
การทำแผนที่ถ้ำในอดีต กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาทักษะด้านการสร้างโมเดลเมืองในอนาคต โดยทำให้ทีมงานได้รับการยอมรับด้านการพัฒนาแอปพลิเคชัน และในเรื่องของการทำ 3D เมื่อทีมงานได้รับงบประมาณจากรัฐบาลกลางเพื่อฟื้นฟูเมือง พวกเขาได้นำเสนอว่าเทคโนโลยี 3 มิติสามารถใช้วิเคราะห์ขั้นสูงได้อย่างไร
ปัจจุบันเทคโนโลยี Digital Twin ครอบคลุมพื้นที่กว่า 73 ตารางกิโลเมตรของพื้นที่เมืองทั้งหมด แสดงรายละเอียดอาคารทั้งเก่าและใหม่ พื้นที่โล่ง โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงข้อมูล IoT หรือข้อมูล Real-time จากกล้องวงจรปิดและการจราจร นอกจากนี้ ยังรวมข้อมูลสำคัญ เช่น เขตอนุรักษ์ พื้นที่น้ำท่วม และสวนสาธารณะ
“มันไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสำหรับสร้างภาพอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ใช้ในการออกแบบและเก็บข้อมูลตัวชี้วัด”
— Dunn, นักวางแผนเมืองนอตทิงแฮม
ฝังรากในกระบวนการวางแผน
ปัจจุบัน การใช้โมเดล 3 มิติถูกรวมเข้าในทุกกระบวนการของงานวางแผนเมือง เมื่อนักพัฒนานำเสนออาคารใหม่ ทีมวางแผนจะนำโมเดลเข้าไปใน Digital Twin เพื่อตรวจสอบผลกระทบทางสายตา คำนวณความจุพื้นที่ และเจรจาเรื่องความสูงและพื้นที่ใช้สอย
“มันช่วยเพิ่มความมั่นใจทั้งกับเจ้าหน้าที่ว่าแผนการการพัฒนาที่นำเสนองานนั้นเหมาะสมและมีแนวโน้มที่จะได้รับอนุมัติ”
— Paul Seddon, ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและคมนาคม ได้กล่าวไว้ในข่าวถึง Digital Twin ที่ช่วยให้การออกแบบออกมาดีกว่าเดิม
ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำ 3D Digital Twin เข้ามาใช้งาน:
- เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้คนกับกระบวนการแผนดำเนินการ
- เห็นภาพรวมของโครงการทั้งหมด
- โปร่งใสมากขึ้นในกระบวนการตัดสินใจ
- ย่นระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่ยื่นคำขอ
การใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน ช่วยให้นอตทิงแฮมกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่และยืดหยุ่นมากขึ้น Digital Twin เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบโดยเน้นพื้นที่คุณภาพที่ส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และธรรมชาติ เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย
นอตทิงแฮมที่เคยขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมการผลิต กำลังเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วอย่างพลังงานสะอาดและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โดย Digital Twin ช่วยเป็นเวทีประชาสัมพันธ์ศักยภาพของเมืองแก่ผู้ลงทุนและนายจ้างรายใหม่
ขยายขอบเขตการใช้ 3D ไปทั่วสหราชอาณาจักร
นอตทิงแฮมได้แบ่งปันประสบการณ์ด้าน 3D Digital Twin กับหน่วยงานท้องถิ่นอื่น ๆ โดยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮมและพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อศึกษาประโยชน์และวิธีการนำไปใช้
เมื่อเร็ว ๆ นี้ โมเดล Digital Twin ของนอตทิงแฮม ได้รับรางวัล Geography in Government 2567 ด้านนวัตกรรม ซึ่งช่วยให้โมเดล 3D มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการวางผังเมืองของสหราชอาณาจักร
ลอร่า พูลเลน (Laura Pullen) ผู้จัดการ GIS ของเทศบาลเมืองนอตทิงแฮมกล่าวว่า “การเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ 3D เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เรากำลังสร้างต้นแบบเพื่อช่วยให้หน่วยงานวางแผนท้องถิ่นอื่น ๆ สามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว”
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของสหราชอาณาจักร เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มที่อยู่อาศัยอีก 1.5 ล้านยูนิต ซึ่งต้องใช้ระบบการอนุมัติที่รวดเร็วขึ้น
ในเดือนมีนาคม ปี 2023 เมืองนอตทิงแฮมได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวน 375,000 ปอนด์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี 3 มิติให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และปรับปรุงกระบวนการยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างให้ทันสมัย โดยเงินทุนจาก กระทรวงการเคหะ ชุมชน และรัฐบาลท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ ระบบจำลอง 3 มิติของเมือง
ภายใต้โครงการนี้ ทีมวางแผนของนอตทิงแฮมยังได้ช่วยเมืองแบรดฟอร์ด ซึ่งอยู่ใกล้เคียง นำระบบการวางแผนแบบ 3 มิติมาใช้ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ต้นทุนหักลบผลประโยชน์ ยังพบว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลนั้นมีมูลค่าสูงกว่าต้นทุน โดยหมายความว่า ทุก 1 ปอนด์ที่ลงทุนในเทคโนโลยี Digital Twin จะให้ผลตอบแทนถึง 2 ปอนด์ในรูปของประสิทธิภาพและการประหยัดงบประมาณภายในระยะเวลา 10 ปี โดยรายงานสรุปว่า การใช้ Digital Twin ช่วยให้กระบวนการตัดสินใจเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ทีมวางแผนเมืองประหยัดเวลาในช่วงเริ่มต้นของโครงการ
“ความสนใจที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานวางแผนเมืองทั่วประเทศนั้นน่าทึ่งมาก” — Dunn กล่าว “ตอนนี้ หน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งเริ่มให้ความสนใจในแนวทางของเรา และกำลังพิจารณาว่าจะขยายการใช้เทคโนโลยีนี้ไปสนับสนุนการตัดสินใจด้านปฏิบัติการและนโยบายในเรื่องพลังงาน การขนส่ง และประเด็นเมืองอื่นๆ ได้อย่างไร”
สมดุลระหว่างธรรมชาติกับการพัฒนา
คุณค่าของธรรมชาติกำลังถูกประเมินใหม่ทั่วโลก แต่ในสหราชอาณาจักรขณะนี้นักวางแผนเมืองถูกกำหนดให้ต้องวัดมูลค่าของธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอนุมัติโครงการก่อสร้าง
ในปี 2024 รัฐสภาอังกฤษผ่านกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้โครงการพัฒนาทุกประเภทต้องมี ค่าความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ (Biodiversity Net Gain) อย่างน้อย 10% ในทุกโครงการภายใน 30 ปี
Digital Twin ของนอตทิงแฮมมีข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมครบครัน ช่วยให้เจ้าหน้าที่วางแผนสามารถคำนวณค่าความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ (Biodiversity Net Gain) ได้ และใช้เป็นเกณฑ์ในการขออนุมัติโครงการจากทางกฎหมาย
ระบบระบายน้ำเมืองอย่างยั่งยืน ของนอตทิงแฮมได้รับการออกแบบให้เลียนแบบพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์น้ำและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม นอกจากนี้ เมืองยังได้เพิ่ม บ่อน้ำธรรมชาติและสวนฝน (Rain Gardens) เพื่อดูดซับน้ำฝนและชะลอการไหลของน้ำที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วม
นักวางแผนเมืองได้นำ การฟื้นฟูถิ่นอาศัยทางธรรมชาติ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเมืองระยะยาว โดยดำเนินมาตรการ ปกป้องและฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงการ ปลูกต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ และพืชดอกที่ดึงดูดแมลงผสมเกสร พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนปลูกพืชพื้นเมืองและเปิดโอกาสให้สัตว์ป่าเข้ามาอยู่อาศัย
ซึ่งนอตทิงแฮมยังตั้งเป้าที่จะเป็นเมืองที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งแรกในสหราชอาณาจักรภายในปี พ.ศ. 2571
เป้าหมาย Carbon Neutral Nottingham 2028 กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น ด้วยมาตรการพัฒนาระบบขนส่ง การก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน และการเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วทั้งเมือง นอกจากนี้ โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในใจกลางเมือง ยังถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับ เครือข่ายพลังงานความร้อนส่วนกลาง (District Heating Network) ได้สูงสุด
พื้นที่สีเขียว ซึ่งคิดเป็น มากกว่า 20% ของพื้นที่เมือง ก็มีบทบาทสำคัญในเป้าหมายนี้ ด้วยการ พัฒนาพื้นที่ธรรมชาติและการปลูกต้นไม้ ที่ช่วย ลดอุณหภูมิในช่วงอากาศร้อน
ในขณะเดียวกัน ฝาแฝดดิจิทัล (Digital Twin) ก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการคำนวณค่าการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ธรรมชาติ และ เปรียบเทียบกับปริมาณการปล่อยคาร์บอน เพื่อใช้ติดตามความคืบหน้าของเป้าหมาย Carbon Neutral Nottingham 2028